รับชมไม่ได้กรุณา คลิก ที่นี่
ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่างๆ ระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤษภาคม 2555
ในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ในช่วงที่มีฝนตกชุก อาจทำให้มีโรคพืชจากเชื้อราระบาดในพืชไร่ พืชผัก ไม้ดอก และไม้ผล เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูก หากพบโรคพืชจากเชื้อราระบาดควรรีบป้องกันกำจัด
ในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% จะมีฝนตกชุก เกษตรกรควรกักเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ในช่วงที่ฝนตกน้อย ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อากาศร้อนชื้นอาจทำให้สัตว์ปีก เช่น เป็ดและไก่ เป็นหวัดได้ ดังนั้นเกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ หากพบสัตว์ป่วยให้รีบแยกออกรักษา ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดไปสู่สัตว์เลี้ยงตัวอื่น
ในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกและตอนล่างควรระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ เมื่อฝนหยุดตกควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนและคลุกเคล้าน้ำฝนกับน้ำในบ่อให้เข้ากัน เพราะฝนที่ตกหนักจะทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลง ทำให้ปลากินอาหารได้น้อย ดังนั้นควรลดปริมาณอาหารลง เพื่อมิให้อาหารเหลือเน่าเสียในบ่อ
ในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับสวนผลไม้ซึ่งอยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรควรทำทางระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูก เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นพืช ซึ่งจะทำให้รากขาดอากาศและตายได้ นอกจากนี้ไม่ควรตากผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บเกี่ยวมาแล้วไว้กลางแจ้ง เพราะจะเปียกฝนเสียหาย
ฝั่งตะวันออกในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% ช่วงนี้จะมีฝนกระจาย และมีฝนตกหนักบางแห่ง เกษตรกรควรดูแลสภาพสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวนป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งมักระบาดในช่วงที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง
ฝั่งตะวันตกในช่วงวันที่ 18-22 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ชาวเรือและชาวประมงบริเวณทะอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในช่วงนี้ เนื่องจากบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลจะมีคลื่นสูงมากว่า 2 เมตร
นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผวจ. ตราด กล่าวว่า จ.ตราด ได้อนุมัติงบประมาณ 300,000 บาท เพื่อพัฒนาระบบตลาด และส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับผลไม้ที่มีต้นทางจาก จ.ตราด ยังได้รับความไว้วางใจทางด้านคุณภาพของผู้รับซื้อและผู้บริโภคในประเทศเวียดนาม ฉะนั้นเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ จะต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อรักษาตลาดไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าของยุทธศาสตร์ยางพาราไทยสู่เป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท ว่า ยุทธศาสตร์ฯ นั้นได้รับแรงผลักดันจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเต็มที่ ซึ่งในขณะนี้พระราชบัญญัติการยางได้มีการนำเสนอฝ่ายวิปรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วและคาดว่าในการประชุมสภาสมัยนี้จะสามารถผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมายรองรับได้
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ยุทธศาสตร์ยางพาราไทยสู่เป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท จะประสบผลสำเร็จ ซึ่งจะประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลักที่สำคัญ โดยปัจจัยแรก คือ การผลิตจะต้องสามารถผลิตได้ตามเป้าหมายและหลักเกณฑ์ที่กรมวิชาการเกษตรได้ประเมินไว้ ปัจจัยที่ 2 คือ ต้องมีการเพิ่มปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ยางในประเทศให้มากขึ้นจากเดิมที่เคยมีการใช้ปีละ 400,000 ตัน
นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การป้องกันและควบคุมสถานการณ์เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาตรการ พร้อมทั้งมีการตั้งศูนย์ป้องกันกำจัดระดับจังหวัด (War room) ซึ่งพบว่า จ.สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานพันธมิตร ร่วมเปิดการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อแก้ภัยแล้ง โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดประจำปีนี้ ที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อแสดงความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงและเป็นการสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงาน ฤดูน้ำแดง วันคุ้มครองปลาน้ำจืด มีไข่ ประจำปี 2555 ที่ จ.ชัยนาท ณ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท งานฤดูน้ำแดง วันคุ้มครองปลาน้ำจืดมีไข่ประจำปี 2555 มีกิจกรรมภายในงาน เป็นการแสดงการสวนสนามทางเรือ การแสดงปลาน้ำจืดพันธุ์ต่างๆ และมีการร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งปลา กุ้ง หลายล้านตัว ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย